Get Adobe Flash player

เข้าสู่ระบบ

089239
วันนี้
เมื่อวานนี้
อาทิตย์นี้
อาทิตย์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทุกวัน ปว.
97
53
592
88216
1128
2372
89239

Your IP: 54.221.76.68
Server Time: 2017-12-16 20:36:07

เว็บที่น่าสนใจ






เนื้อหา

เผยแพร่ผลงานครูเสาวลักษณ์ หน่อคาสุก

ชื่อเรื่อง

รายงานผลการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4

เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้รายงาน

เสาวลักษณ์ หน่อคาสุก

 

บทคัดย่อ

 

    การวิจัยใน ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายของการศึกษาไว้ดังนี้ (1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 75/75 (2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ 4 เรื่องฟิสิกส์อะตอม ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียน รู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5ซึ่งมีการพิจารณาความเหมาะสมขององค์ ประกอบต่างๆ ของชุดกิจกรรมการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และทดลองใช้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านตาก ประชาวิทยาคาร จำนวน 3 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จากนั้นนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตาก ประชาวิทยาคาร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 9 คน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านตาก ประชาวิทยาคาร  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 29 คน เพื่อหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 แล้วนำมาใช้กับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนบ้านตาก ประชาวิทยาคาร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 27 คน ได้มาโดย การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest - Posttest Designs

    เครื่องมือ ที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 6 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ?แบบประเมินความพึงพอใจชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จากสูตร E1/E2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน (t-test Dependent)

 ผลการศึกษา พบว่า

 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ และคู่มือครู โดยชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีองค์ประกอบ 9 องค์ประกอบ คือ 1) คำแนะนำการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) บทบาทนักเรียน 3) ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ และขอบข่ายเนื้อหาสาระ 4) ขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 5) สื่อสำหรับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 6) แบบเฉลยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 7) เกณฑ์การประเมินและแบบประเมิน 8) คะแนนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ9) เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ และคู่มือครู มีองค์ประกอบ 8 องค์ประกอบ 1) ลำดับการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) คำชี้แจง 3) คำแนะนำการใช้คู่มือครู 4) คู่มือครู 5) แผนการจัดการเรียนรู้ 6) สื่อสำหรับชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม 7) แบบเฉลยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม และ 8) แบบประเมินและเกณฑ์การประเมินโดยได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ ที่ประกอบด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้น คือ1)ขั้นสร้างความสนใจ 2) ขั้นสำรวจและค้นหา 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 4) ขั้นขยายความรู้ และ 5)ขั้นประเมิน และมีการสอดแทรกกลวิธีการสอนที่เหมาะสมกับเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ที่เน้นกระบวนการกลุ่ม และสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาเรื่องฟิสิกส์อะตอม จำนวน 3 กลวิธี ได้แก่ 1) คิดเดี่ยว : คิดคู่:แลกเปลี่ยนความคิด (Think Pair Share) 2) เดินชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Gallery Walk)

และ 3) ตั๋วออก (Exit ticket) พบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมมากที่สุด

และมีประสิทธิภาพ 86.13/79.08 เป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้

 2. ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 สรุปผลการศึกษาพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

 3. ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ 4 เรื่อง ฟิสิกส์อะตอม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรม

การเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด